ByMySense



เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักการ์ตูนเรื่อง Slam Dunk กันไม่มากก็น้อย เพราะเคยนำมาฉายกันทางทีวีช่อง 9 (บางคนอาจจะถึงกับเคยคลั่งไคล้การ์ตูนเรื่องนี้ด้วยซ้ำ) แต่อาจมีบางคนที่ยังไม่รู้จักการ์ตูนเรื่อง "Vagabond" นี้

"Vagabond" เป็นการ์ตูนที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อดังของ เอย์จิ โยชิคาวะ เรื่อง "มุซาชิ" ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของ "มิยาโมโตะ มุซาชิ" ซาูมูไรชื่อก้องที่้น้อยคนจะไม่รู้จัก (หรือไม่เคยได้ยินชื่อ โดยเฉพาะแฟนการ์ตูนญี่ปุ่น) ซึ่งจะต้องโคจรมาพบกับ "ซาซากิ โคจิโร่" ซามูไรหูหนวกเป็นใบ้ผู้มีชื่อเสียงในยุคเดียวกัน เดินเรื่องด้วยลายเส้นสวยงาม (ผมชอบมากเลย โดยเฉพาุะเวลาที่ลงสีหรือใช้พู่กันเขียน)

ในบ้านเราตอนนี้รู้สึกว่าทางเนชั่นที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจะออกถึงเล่ม 23 แล้ว แต่ถ้าพูดกันตามตรง การ์ตูนเรื่องนี้ออกช้ามาก ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แทบจะออกกันปีละเล่มหรือไม่เกิน 2 เล่มก็ว่าได้ เรียกว่ารอกันจนลืมไปเลย พอเล่มใหม่ออกที่ไรก็ต้องไปเอาเล่มเก่ากลับมาอ่านย้อนหลัง เพราะลืมแล้วว่าจบตรงไหน โชคดีที่ระยะหลังรู้สึกว่าจะออกถี่ขึ้นมาหน่อย

หากใครสนใจข้อมูล หรืออยากดูภาพสวยๆ จากการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถคลิ๊กไปได้ใน Link ข้างๆ ได้เลยครับ เป็นข้อมูลที่ผมทำเป็นบทความไว้ใน wikipedia (ประเทศไทย) รวมถึงยังมีประวัติคนเขียน (สั้นๆ) และผลงานเรื่องอื่นๆ ของแก (บางเรื่อง) ด้วย


edit @ 2006/12/19 11:11:40

จาก "dejavu" ก็มาดูเรื่องนี้ต่อ "the butterfly effect 2" (ช่วงนี้ดูหนังถี่เพราะต้องรอรับน้องสาวกลับบ้าน ไม่รู้จะทำอะไรก็หาหนังดู...หือ...อะไรนะ? ไม่ใช่! ก็บอกว่าน้องสาว น้องสาวจริงๆ) พอเรื่องนี้เข้าก็นึกถึงภาคแรก ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเคยเช่ามาดูรึยัง ก็เลยต้องไปเช่ามาดู ปรากฏว่าเคยดูแล้วจริงๆ ด้วย (เสียตังค์ฟรี)

สำหรับภาค 2 นี้ คอนเซ็ปต์เดิม แต่เปลี่ยนนักแสดง จุดที่แตกต่างจากภาคก่อนเล็กน้อยก็คือในภาคนี้จะย้อนอดีต เพื่อกลับเข้าไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตผ่านจากภาพถ่ายล้วนๆ (ภาคแรกจะผ่านบันทึกและสิ่งของบางอย่างสมัยเด็ก ที่ทำให้นึกถึงอดีตของพระเอก)

พอดูจบแล้วก็รู้สึกว่ามันค่อยข้างจะเรื่อยเปื่อยไปหน่อย ก็เลยรู้สึกว่ามันเนิบๆ ยังไงไม่รู้ เพราะงั้นก็เลยบ่นแค่นี้พอ (ส่วนใหญ่ก็คล้ายกับภาคแรก...แต่ภาคแรกสนุกกว่า)

 
edit @ 2006/12/19 10:08:41

วันก่อนไปดู dejavu มาสนุกดี จริงๆ แล้วต้องว่าสนุกมาก มากกว่า เดินเรื่องน่าติดตาม แถมมีช่วงลุ้นระทึกตลอด โดยเฉพาะตอนที่ขับรถไล่ล่าคนร้ายที่อยู่คนละช่วงเวลากันผ่านระบบกล้อง ที่สามารถจับภาพย้อนเวลาแบบ 360ซึ่งหมายความว่าขับรถอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบันแต่ติดตามโดยอาศัยภาพในอดีต ทำให้ต้องคอยดูทั้งคนร้ายอยู่ในภาพในอดีต และยังต้องคอยมองทางซึ่งขับรถอยู่ในปัจจุบันจริงๆ จนหวิดจะชนกันระเนระนาด (จริงๆ ก็ขับเฉี่ยวชนไปตั้งไม่รู้กี่ครั้งง่ะ) เพื่อเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของคนร้ายที่ลอบวางระเบิดเรือเฟอร์รี่ จะว่าไปก็คล้ายกับการใช้โปรแกรม "google earth" ที่เป็นแบบ 360และสามารถดูได้แบบ real time (จริงๆ แล้วเป็น past time น่ะ)

ตอนดูก็มีงงๆ บ้าง เรื่องของระเบิด เพราะมีการพูดถึงศัพท์เทคนิคอยู่บ้างบางคำ พอฟังแล้วก็สงสัยว่ามันคืออะไร ไอ้เราก็ชอบอยู่แล้วไอ้เรื่องปงปืน ระบ่งระเบิด เนี่ย ดูเสร็จก็กลับมา search หาข้อมูลเลย ถึงรู้ว่าไอ้ ANFO ที่ในหนังพูดถึงก็คือระเบิดประเภทหนึ่ง (หลายคนอาจจะได้กับคดีคาร์บอมบ์อดีตนายกทักษิณ ก็มีผู้เชียวชาญหลายคนออกมาบอกว่าระเบิดที่ใช้ก็คือ ANFO นี่แหละ แต่ผมไม่ค่อยดูข่าวเลยไม่คุ้นเอาซะเลย) ซึ่งปัจจุบันใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในวงการอุตสาหกรรมเหมืองและผู้ก่อการร้าย ชื่อเต็มๆ ก็คือ (Ammonium Nitrate-Fuel Oil) ก็ตรงๆ ตัวนั่นแหละคือ Ammonium Nitrate (พวกปุ๋ย) ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง (เบนซิน/ดีเซล) ส่วนอีกคำหนึ่งคือ PETN. ซึ่งก็เป็นวัตถุระเบิดอีกประเภทหนึ่ง ชื่อเต็มๆ คือ Pentaerythite Tetranitrate : C5H8N12O4 ส่วนมากใช้ทำเชื้อปะทุในการจุดระเบิดร้ายแรงประเภทอื่นๆ

แต่ก็อย่างที่บอกคือเป็น dejavu ที่ไม่ dejavu เพราะ dejavu คือความรู้สึกเหมือนกับเคยผ่านเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งมาแล้ว ทั้งที่เหตุการณ์นั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่หนังเรื่อง "dejavu" เรื่องนี้ ดูแล้วก็ไม่เห็นจะเป็น dejavu ตรงไหน จริงๆ แล้วรู้สึกว่ามันเหมือนกับ "back to the future" ที่ย้อนเวลากลับไปหาร่องรอยเบาะแสคนร้าย ซึ่งจะต่างกับ "back to the future" ก็ตรงที่ซีเรียสกว่า และเป็นการย้อนเวลากลับไปสืบคดี แต่ทำไปทำมากลายเป็นแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตเหมือนกับเรื่อง "butterfly effect" แทน (ซะงั้น) แต่รวมๆ แล้วต้องบอกว่าสนุกตื่นเต้นดี (ชอบๆ) แต่ติดก็ตรงชื่อเรื่องนี่แหละ....dejavu



edit @ 2006/12/18 17:18:18
edit @ 2006/12/19 10:07:55